FANDOM


click ที่นี่เพื่อแสดงความเห็นเพิ่มเติม (คุณสามารถใส่เครื่องหมาย "~~~~" (tilde 4 ตัว) เพื่อแสดงวันเวลาที่โพสต์โดยอัตโนมัติ)

ผลข้างเคียงจากกรณี LTN จะบังคับให้ใส่ e-mail เพื่อขอ user และ password Edit

1) การสูญเสีย anonymity

ข้อโต้แย้งว่า user สามารถ หา e-mail ฟรีใช้ได้มีข้อจำกัด เพราะ e-mail ฟรี มักจะถามชื่อนามสกุลจริง ซึ่งเป็นการโน้มน้าวให้ user ต้องโกหกเพื่อให้ได้มา ซึ่ง e-mail ฟรีนั้น

2) การสร้างความยากลำบากให้กับ user ใหม่ที่จะตั้งคำถาม

การยอมรับว่าถ้าจะตอบโต้ spammer แล้วให้คนส่วนหนึ่งเดือดร้อน เป็นเรื่องชอบธรรมนั้น ควรได้มีการนำเสนอประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นของชุมชน โดยควรแจ้งให้สมาชิกชุมชนได้รับทราบถึงบทบาทของตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม

ข้อเสนอ Edit

a) LTN ควรยุติการใช้คำว่า TLWG เพื่ออ้างอิงถึง กล่าวถึง website LTN

b) LTN ควรยุติการบังคับ ใส่ login และตั้งประเด็นเรื่องการจัดการกับ spammer และ anonymity เป็นประเด็นของชุมชน และให้มีการวางแผนและติดตามผลอย่างรอบคอบ กว่านี้ เพราะที่ผ่านมา LTN ไม่เอาใจใส่ในเรื่องข้อสรุปเรื่อง anonymity นี้ ทั้งที่ได้เคยมีการพูดคุยมาแล้ว ทั้งนี้เพื่อหาข้อสรุปที่จะกำหนดความหมายของ TLWG ต่อไปในอนาคต

--น้อง ฝ้าย 06:59, 18 ธ.ค. 2005 (UTC)

สถานการณ์ปัจจุบัน Edit

from http://linux.thai.net/wwwboard/etc/msg10125.php

Ott แสดงความคิดเห็นไว้ดังต่อไปนี้

"ใช่แล้วคนทำมีสิทธิ์. ถามความเห็นแน่นอนต้องถาม ถามไปแล้ว อยู่ในกระทู้ไม่ค่อยชัดเจนอันนี้ต้องขออภัย, ผู้ใช้บริการแน่นอนเรียกร้องได้, แต่สุดท้ายแล้วต้องให้สิทธิ์ คนทำ ตัดสินใจ. ฟังดูอาจจะว่าเผด็จการ, จำกัดเสรีภาพ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ต้องให้เสรีภาพกับคนทำ อาสาสมัครที่มาลงแรงด้วย. นี่คืองานของกลุ่มบุคคลที่ประกอบด้วยอาสาสมัครอิสระ ซึ่งถึงแม้ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของรัฐ ก็ต้องมีอิสระในตัวเอง มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรต่างๆ ในเงื่อนไขของการให้การสนันสนุน. ถ้าไม่มีอิสระในการตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง มันก็ไม่น่าทำอีกต่อไป."
"สมมติว่าคุณเขียนโปรแกรมหนึ่งด้วย Objective C แล้วใช้บริการ ของ LTN ในการพัฒนา, แจกจ่าย, อะไรก็แล้วแต่ แล้ว ประชามติ (สมมติว่าไปทำมาได้) บอกว่าจะเอา C++ ไม่เอา Objective C แต่สมมติว่าคุณชอบ Objective C และเชื่อมันว่ามันดีกว่า, ถามว่าคุณฟังความเห็นประชาชนมั้ย แน่นอนก็ควรฟัง แต่จะต้องเปลี่ยนตามมั้ย ให้ใครตัดสินใจ? ถ้าคุณตัดสินใจไม่ทำตามมติ ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม, บอกใครอยากให้มี C++ ก็มาช่วยเขียนดิวะ, กูไม่เขียนโว้ย, ถามว่าคุณผิดไหม? หรือต้องปลดคุณออกจากการเป็นนักพัฒนาโปรแกรมนี้? หรือห้ามใช้ resource LTN ต้องไปใช้ที่อื่น?"

สรุปความได้ว่า ott ให้เหตุผลว่า ประชามติเป็นสิ่งที่ต้องรับฟัง แต่จะตัดสินใจทำอะไรก็ขึ้นกับวิจารณญาณของ ott ที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งกับ website LTN ตราบที่ ott เห็นสมควร แม้จะขัดกับประชามติและ ott ยังบอกอีกว่า วิธีที่จะปลด ott ออกจากผู้ดูแล website LTN คือการไปเสนอ Nectec ให้ปลด ott ซึ่ง ott ก็ยินดีและอยากจะวางมือถ้ามีคนทำแทน เพราะทำงานเป็นอาสาสมัครมาเจ็ดปีแล้ว (ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2541)

ทั้งนี้การสรุปความนี้ อาจจะผิดจากเจตนาที่แท้จริงของข้อความที่ยกมาข้างต้น เพราะไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจประเด็นในข้อความที่เปรียบเทียบ Objective C กับ C++ ว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนของตัวเองว่าตัวอย่างที่ยกมานั้นเป็นตัวอย่างที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง และเป็นการเปรียบเทียบที่ผิดพลาด หรือว่ามีความหมายอย่างอื่น --น้อง ฝ้าย 10:29, 24 ธ.ค. 2005 (UTC)

แง่ลบของ anonymity Edit

ขอพูดถึงแง่ลบของ anonymity บ้าง

1) ทำให้มีการกล่าวหาลอยๆ สร้างสถานการณ์เกิดขึ้น โดยผู้พูดไม่ต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเอง การที่บางคนใช้ anonymous post แบบระบุชื่อแบบสม่ำเสมอ เพื่อพิสูจน์ว่า anonymity สามารถมีตัวตนได้นั้น ไม่ได้เป็นการพิสูจน์ว่า anonymity ไม่มีพิษภัย แต่เป็นการพิสูจน์ว่า การยืนยันตัวตนเป็นสิ่งที่ดี

การกล่าวหาลอยๆ การไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเอง ในกรณีที่คำพูดนั้นเป็นการละเมิดต่อบุคคลอื่น บุคคลที่ถูกละเมิด ก็สามารถฟ้องร้องได้ตามกม.อยู่แล้ว และในระบบใหม่ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เพราะผู้ที่ต้องการ ละเมิดก็สามารถสมัคร e-mail ด้วยชื่อปลอมได้อยู่ดี แต่คนที่ต้องการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตใจ แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ เนื่องจากอาจทำให้ผู้อื่นที่เกี่ยวข้องหรือตนเองได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถ แสดงความคิดเห็นได้ ตรงนี้ขอให้ย้อนกลับไปดูเรื่องความชอบธรรมถึงการละเมิดเสรีของผู้บริสุทธิ์ส่วนน้อยเพื่อความสุขสบายของคนมาก --น้อง ฝ้าย 06:53, 19 ธ.ค. 2005 (UTC)
การฟ้องร้องจะทำอย่างไร ในเมื่อไม่มีหลักฐานบ่งบอกว่าใครเป็นคนโพสต์? ในขณะที่การสมัครสมาชิก ถึงแม้จะติดตามตัวไม่ได้เพราะเป็น e-mail ชื่อปลอม แต่ก็ยังสามารถร้องขอให้ระงับสมาชิกภาพชั่วคราวได้ (แต่ที่พูดนี้ ไม่ได้หมายความว่าอยากจะใช้มาตรการเหล่านี้ แต่อย่างน้อย การมีมาตรการบางอย่างสำรองไว้ ก็อาจช่วยให้เกิดการยับยั้งชั่งใจของผู้ไม่ประสงค์ดีได้ อนึ่ง ตามกฎหมายอินเทอร์เน็ต webmaster ต้องเป็นจำเลยในกรณีที่มีการโพสต์หมิ่นประมาทในเว็บของตัวเอง webmaster จึงมีความรับผิดชอบที่จะดูแลความสงบเรียบร้อยด้วย) -- เทพ 203.155.1.244 14:40, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
การระงับสมาชิกภาพชั่วคราว ทำได้ในกรณีที่สามารถยืนยันตัวได้เท่านั้น เช่นบน Slashdot ก็มีการสมัครสมาชิกเก็บไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อนำมาทยอยใช้สำหรับในกรณีที่ต้องการจะ moderate เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง การฟ้องร้องยังคงทำได้ตามปรกติ หน้าที่ของ web site คือการให้ข้อมูล IP ตามที่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องต้องการหรือภายใต้ขอบเขตที่กฏหมายยอมรับ ดังนั้นประเด็นเรื่องการระงับสมาชิกภาพยังไม่เห็นด้วยว่าจะแก้ปัญหาได้จริง --น้อง ฝ้าย 20:02, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
ด้วยความเคารพในการดำเนินการของคุณพูลลาภล่าสุด ที่ให้โพสต์แบบ anonymous ได้แล้ว ในระหว่างนี้คงจะรอดู ว่าปัญหา spam จะกลับมาอีกหรือไม่ แต่ประเด็นเรื่อง anonymity ที่ว่าจะเปิดที่ BB2 เพื่อคุยเรื่องนี้ต่อ เกรงว่าไปคุยที่นั่นจะไม่ต่อเนื่อง จึงขอตอบที่นี่ต่อ
เรื่อง Slashdot ที่ยกมา ถือเป็นจุดโหว่ของการ moderate โดยชุมชน ส่วนการระงับของเรา (ถ้าจะใช้) คงระงับเฉพาะ account ที่สร้างความเสียหาย (เช่น ใช้ส่ง spam) แต่ถ้ามีใครแสดงตัวตนหลายด้านด้วย account ที่ต่างกัน ก็คงมีแต่ด้านที่สร้างความเสียหายเท่านั้นที่ถูกระงับ แต่ก็ยังให้โอกาสเขาทำดีด้วยตัวตนอื่นต่อไป ส่วนเรื่องการฟ้องร้อง มองในแง่ของผู้เสียหายแล้ว การให้แค่ IP ไม่ได้ช่วยให้หาตัวจำเลยได้ เพราะเบอร์ IP สำหรับผู้ใช้ dynamic IP หรือผู้ที่เดินทางบ่อย หรือผู้โพสต์ผ่านร้านเน็ต ไม่ได้บ่งบอกอะไรเกี่ยวกับตัวผู้โพสต์เลย -- เทพ 61.7.141.166 11:14, 22 ธ.ค. 2005 (UTC)
ขอตอบในประเด็นที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในแง่ของ national security ประเด็นอื่นๆไม่ขอตอบเพราะจะเขียนเหมือนที่เขียนไปแล้ว ในเรื่อง IP เมื่อมีการใช้ในร้าน net นี้ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะตัดสินใจออกกฏหมาย เพื่อให้สามารถเรียกดูได้ว่าผู้ใช้เป็นใครในภายหลัง ทั้งนี้อาจจะใช้รหัสบางอย่าง เพื่อคุ้มครอง anonymity ของผู้ใช้ และการเรียกดูข้อมูลนั้นก็ต้องมีหมายศาล ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประชามติโดยผ่านอำนาจรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว --น้อง ฝ้าย 15:00, 22 ธ.ค. 2005 (UTC)
เสริม เรื่อง dynamic IP, ตำรวจ เขา ก็ ไป ขอ check กับ ISP อีก ที, ก็ จะ ได้ เบอร์ โทรศัพท์ มา ก็ ตาม ตัว ได้? --Ans 08:43, 23 ธ.ค. 2005 (UTC)
ทั้งสองวิธีล้วนแต่ยุ่งยากหลายขั้นตอน จนทำให้ในทางปฏิบัติ มีน้อยรายที่จะลงมือติดตามจริง หรือติดตามจริงแล้วได้ข้อมูลมา ส่วนใหญ่จะยอมรับสภาพเสียมากกว่า (เคยติดตามครั้งหนึ่งเหมือนกัน เมื่อเว็บคนรู้จักถูกโจมตี แต่ปรากฏว่า ISP กลับพยายามรักษาลูกค้าไว้ ไม่ยอมให้ข้อมูล ครั้นจะไปแจ้งความก็ยุ่งยาก เลยปล่อยเลยตามเลย) เทียบกับการพูดอย่างเปิดเผยแล้ว อาจสร้างความยับยั้งชั่งใจได้ตั้งแต่ขณะพูด -- เทพ 203.155.1.244 15:57, 24 ธ.ค. 2005 (UTC)
ถ้าคิดว่าการแจ้งความยุ่งยากหลายขึ้นตอนเกินไป จนไม่ว่างจะออกไปรักษาความชอบธรรมให้สังคม ก็แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้เดือดร้อนอะไรนัก อาจสร้างความยับยั้งชั่งใจได้ตั้งแต่ขณะที่ถูกกล่าวหาด้วยอุเบกขา ด้วยอหิงสา ไม่ใช่ด้วยถีนะ ไม่ใช่ด้วยความเกียจคร้าน การป้องกันภัยเล็กๆน้อยๆในสภาพสังคมที่ระดับของเคออสสูงเช่นการปิดกั้น anonymity ไม่ควรจะให้ประโยชน์เท่าการชี้ให้เห็นความสำคัญของ anonymity และสนับสนุนให้เกิดจริยธรรมของการใช้ anonymity ในสังคม เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับสมาชิก เปรียบได้ว่า การให้สบายใจกับคนส่วนมาก ไม่ดีเท่าการสอนให้คนส่วนมากให้รู้จักวิธีสร้างความสุขสบายใจ ให้ตัวเอง --น้อง ฝ้าย 03:11, 25 ธ.ค. 2005 (UTC)
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เดือดร้อน แต่เขาคิดว่าการติดตามอาจทำให้ต้องหยุดให้บริการเพื่อรักษาหลักฐานไว้ ประกอบความคิดว่าเขาควรสู้กับนักเจาะระบบด้วยการป้องกันมากกว่า ก็เลยเพิ่มการป้องกันการโพสต์ให้แน่นหนาขึ้น และหลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาถูกโจมตีอีก และผู้ใช้อื่นก็สามารถใช้บริการได้ต่ออย่างมีความสุข
นั่นคือกรณีการโจมตีระบบ แต่สำหรับกรณีการโจมตีบุคคล ถ้าเป็นบางเว็บ webmaster จะมีมาตรการบางอย่างที่ระงับความรุนแรงก่อนที่จะลุกลามไปถึงขั้นฟ้องร้องได้ ในกรณีที่ผู้โพสต์โพสต์แบบขาดความยับยั้งชั่งใจจริงๆ แต่ถ้าจะให้ LTN วุ่นวายต่อไปโดยขาดการควบคุม ผมก็ไม่กล้าแนะนำมือใหม่ให้มาเข้าเหมือนกันแหละ และนี่ก็คงขัดกับข้ออ้างหนึ่งของ anonymity ว่าเพื่อให้ความสะดวกกับมือใหม่ -- เทพ 203.155.1.244 03:40, 28 ธ.ค. 2005 (UTC)
การป้องกันเป็นสิ่งที่ดีสำหรับแก้ปัญหาการถูกโจมตีระบบ แต่ในแง่ของ security การป้องกันที่ดีไม่ได้หมายถึงการปิดประตูที่ใช้ อยู่ให้ใช้ได้น้อยลง แต่หมายถึงการดูแลประตูที่เปิดอยู่ให้ทำงานได้อย่างถูกต้องเรียบร้อย และปิดประตูที่ไม่มีใครใช้ แต่ภายใต้สภาวะที่ทรัพยากรเวลาและบุคคลไม่พอเพียง ก็ต้องพยายามรักษาวัตถุประสงค์หลักของระบบนั้นๆ เช่นถ้าระบบนั้นมีจุดประสงค์ที่จะให้บริการอย่างต่อเนื่อง และไม่มีระบบอื่นเช่นระบบบันทึกข้อมูลเพื่อรักษาหลักฐาน ระบบนั้นก็ถือว่ามีการออกแบบที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น เพราะไม่สามารถทำวัตถุประสงค์คือให้บริการอย่างต่อเนื่องได้ภายใต้ขอบเขตทรัพยากรที่จำกัด
ส่วนประเด็นเรื่องจะเปิดหรือปิด anonymity หรือเรื่องวิธีการดำเนินการอย่างไรก็ตาม นี้ไม่ได้ตอบคำถามเรื่องประชามติ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะผู้บริหาร LTN ถือว่าการตัดสินใจของตัวเองสำคัญกว่าประชามติอยู่แล้ว ส่วนเรื่องมือใหม่กับเรื่อง anonymity กับ newbie ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง ไม่อาจจะถือเป็นข้ออ้างเพราะจริงๆแล้วเป็นคนละเรื่องกัน ควรแยกไปพิจารณาในส่วนอื่น และผลสรุปโดยส่วนตัวก็คือ จะไม่แนะนำมือใหม่ให้ไปใช้บริการของ LTN อีก
ส่วนเรื่องการตอบโต้คนบางคนที่ขาดความยับยั้งชั่งใจจริงๆ โดยใช้วิธีที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ส่วนหนึ่งเดือดร้อน เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาต่อไปว่าเป็นเรื่องที่ชอบธรรมหรือไม่ โดยส่วนตัวเห็นว่า ไม่ชอบธรรม ถ้าไม่มีแนวคิดอย่างน้อยต้องยอมให้มีการร่วมทำประชาพิจารณ์ในประเด็นนั้นๆโดย anonymity เช่น ถ้าเว็บนี้จะมีการ lock เนื้อหาบางส่วน ก็เห็นว่าชอบธรรมตราบที่ยังมีเนื้อหาในเว็บที่ถูก lock แนะนำให้ผู้ใช้ทราบถึงสิทธิ์ที่จะสนทนาในประเด็นดังกล่าวในส่วน discussion เป็นต้น ซึ่งกรณีนี้จะเห็นว่าเป็นการดำเนินการที่แตกต่างจาก LTN เพราะในกรณีของ LTN ไม่แจ้งให้ทราบเลยว่าต้องทำอย่างไรต่อไปเพื่อรักษา anonymity --น้อง ฝ้าย 11:41, 28 ธ.ค. 2005 (UTC)

2) เป็นการละเมิดสิทธิ์คนที่ใช้ชื่อ-นามสกุลจริง เพราะเมื่อถูกโจมตีโดยคนที่ไม่ระบุชื่อ ย่อมเป็นการถกเถียงที่ไม่ยุติธรรม แปลกที่เหตุผลเดียวกันที่หน้านี้กล่าวอ้าง คือการสมัคร e-mail ฟรี ก็เคยถูกใช้กับคนที่รู้สึกไม่ยุติธรรมกับการเถียงกับคนไร้ชื่อ ว่าถ้าต้องการความยุติธรรม ก็ไปสมัคร e-mail ฟรีก็ได้ ซึ่งไม่ใช่การแก้ที่ตัวปัญหาเลย สิ่งที่ควรทำคือการเปิดเผยตัวตนต่างหาก

ไม่เห็นด้วยว่าการถกเถียงกับผู้ที่ไม่ระบุชื่อ เป็นความอยุติธรรม เพราะการถกเถียงที่ยุติธรรมคือใช้ความสัตย์จริงมาตัดสิน ความสัตย์จริงมิได้ขึ้นอยู่กับชื่อของผู้พูด แต่ขึ้นกับเจตนาและความเป็นจริง ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเปิดเผยตัวตนเลย --น้อง ฝ้าย 06:53, 19 ธ.ค. 2005 (UTC)
การเปิดเผยตัวตนกับไม่เปิดเผย ย่อมต่างกันในแง่ระดับความรับผิดชอบต่อคำพูดที่พูด การไม่เปิดเผยตัวตนสร้างโอกาสให้คนปลอมตัวไปมา โดยไม่จำเป็นต้องพูดอย่างคงเส้นคงวา เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นคนคนเดียวกันพูดหรือไม่ และยังสามารถสร้างภาพเสมือนของการ "รุม" หรือ "ปั่นโหวต" ได้อีกด้วย (ผมไม่รู้ ว่าที่ผ่านมามีเหตุการณ์อย่างนั้นไหม แต่กำลังพูดถึง worst case) -- เทพ 203.155.1.244 14:40, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
การรุมและปั่นโหวตโดยคนๆเดียว เป็นเรื่องปรกติบน Slashdot ที่มีการใช้ระบบสมาชิกแบบผสม แต่กลายเป็นว่าในหลายครั้งระบบสมาชิกกลับถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นยังคงยืนความเห็นเดิมว่า ความสัตย์จริงเท่านั้นที่ใช้ตัดสินปัญหา ไม่ใช่ปริมาณ พูดอย่างนี้ไม่ได้หมายความว่าให้ยกทิ้งระบบ login ไปเลย แต่หมายถึงให้เก็บไว้สำหรับผู้ที่ต้องการให้ผู้อื่นร่วมอนุโมทนายินดีในการแสดงความสัตย์จริงนั้น คือให้เก็บไว้ให้คนใช้ทำความดี ไม่ใช่ให้เก็บไว้กันคนทำความชั่ว --น้อง ฝ้าย 20:02, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
เรื่องของปริมาณ.. ขอให้นึกถึงคนที่ต้องแบ่งเวลาไปทำงานและตอบกระทู้ (โดยแบ่งจากเวลาที่เหลือจากงานประจำอีกที) การตอบแต่ละประเด็นต้องเสียเวลาไปมาก จนพาลให้เบื่อที่จะตอบได้ -- เทพ 61.7.141.166 11:14, 22 ธ.ค. 2005 (UTC)

3) ป้องกัน spam ได้ยาก เพราะ spammer อาศัย anonymous post เป็นช่องทางส่ง spam ซึ่งแม้จะมีมาตรการอะไรมาป้องกัน แต่สุดท้าย script อัตโนมัติที่เขียนขึ้น ก็สามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ ในการ spam ครั้งต่อๆ มาได้ ในขณะที่การใช้ login ยังเปิดโอกาสให้ admin ระงับการ post ของ spammer ได้

สำหรับ mhonarc ที่อยากให้เอากลับมานั้น ไม่เห็นด้วย เพราะใช้ไม่สะดวก และการลบ spam จะต้อง re-index ใหม่ ทำให้สูญเสีย usability อย่างที่มีการยกขึ้นมาพูดหลายครั้ง ถ้าจะแก้ ก็ควรแก้ที่ BB2 ไปเลยดีกว่า

ข้อความที่จะเป็น spam สำหรับชุมชนหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ admin แต่ขึ้นกับการตัดสินใจของชุมชน ระบบจึงควรมีวิธีการ moderate ที่ยอมรับได้ สำหรับ mhonarc ที่บอกว่าต้องมีการ re-index สงสัยว่าถ้าเพียงแค่เปลี่ยนแปลงข้อความใน source เมล์ต้นฉบับ เช่นแปลง subject และย้ายเนื้อความของ spam เมล์ ไปอยู่ในส่วนที่จัดไว้เพื่อการพิจารณาเนื้อความได้โดยสาธารณะ แล้วทำการ re-index ตำแหน่งข้อความนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยหรือไม่ เพราะถ้าทำวิธีนี้ เนื้อความในส่วนที่เป็น spam ก็จะกลายเป็นช่องว่างเปล่าๆ เคยเสนอวิธีนี้ไปแล้วและไม่ได้รับการตอบกลับมาจึงถามอีกครั้งถ้าจัดการส่วนนี้ยากลำบากเกินไป แนะให้ปลดการ login จาก BB2 ชั่วคราว เพื่อตั้งประเด็นเป็น ประเด็นสาธารณะ หรือในข้อความที่ให้ login อาจทำ link ชี้มาที่ URL นี้ เพื่อให้ user สามารถแสดงความคิดเห็นในประเด็นนี้ได้ --น้อง ฝ้าย 06:30, 19 ธ.ค. 2005 (UTC)
ไม่ว่ามติว่าอะไรเป็นหรือไม่เป็น spam จะมาจากไหน แต่ก็คงไม่ใช่ให้ทุกคนลบข้อความอย่างอิสระได้ใช่หรือไม่? admin อาจจะกลายเป็นแค่คนที่ทำตามฉันทามติแค่นั้น หรืออาจจะมีสิทธิ์ขาดในบางกรณี (เช่น พวกไวรัส หรือโฆษณาลดความอ้วน) ก็ตามแต่จะตกลงกัน การระงับ account ของ admin ที่ผมพูดถึง หมายถึงอย่างนั้น ส่วน mhonarc เห็นว่าจัดการลำบากเกินไป ถ้าเทียบกับ BB2 อีกทั้งผู้ใช้ที่คุ้นกับ webboard ทั่วไป จะคุ้นกับ BB2 ได้ง่ายกว่า -- เทพ 203.155.1.244 14:40, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
ที่ผ่านมา admin ของ LTN ไม่ได้ปฏิบัติตัวให้เป็นที่น่าเชื่อถือ ว่าจะทำตามฉันทามติจริง เช่น การยกเลิก anonymity บน LTN ก็ทำไปโดยไม่ได้แจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบอย่างทั่วถึง เมื่อติเตียนก็มีการกล่าวอ้างว่าได้ประกาศและมีการรอแล้ว แต่ในความเป็นจริงมีการประกาศแค่บอร์ดเดียว คือ board gen โดยไม่คำนึงถึงผู้ใช้ในบอร์ดอื่นๆคือ board dev กับ board etc จึงเห็นว่า admin ยังไม่แสดงความเป็นธรรมให้สามารถแน่ใจว่าจะเชื่อถือได้ ด้วยความเคารพ ยังเห็นว่า admin บางส่วนยังต้องการแก้ตัวมากกว่าแก้ปัญหาอยู่ ประกอบกับปัญหา management ทำให้ admin ก็ยากจะตรวจสอบหรือทัดทาน admin ด้วยกันเอง แต่ถึงกระนั้นโดยส่วนตัวก็ไม่เห็นใครเลยที่จะมีความเที่ยงธรรมและความสามารถพอที่จะเป็น admin แทน admin กลุ่มนี้ จึงอยากให้พิจารณารับใช้สังคมต่อไป ภายใต้เงื่อนไขที่ให้สังคมตรวจสอบได้ดียิ่งขึ้น --น้อง ฝ้าย 20:02, 20 ธ.ค. 2005 (UTC)
ก่อนจะออกนอกประเด็นมากเกินไป ประเด็นผมคือ admin มีไว้ดูแลระบบ ถ้าจะโหวตไปเสียทุกเรื่อง แม้แต่การลบไวรัสหรือโฆษณา ก็เป็นเรื่องเสียเวลา แม้จะใช้อาสาสมัครลบ ก็ยังต้องใช้ account ต่างหาก ไม่ใช่ให้ทุกคนลบได้อิสระใช่ไหม?
หรือถ้าจะบอกว่าใช้ระบบ moderate แบบ slashdot ก็มีข้อเสียที่ยกมามากมาย แต่ที่สำคัญคือ ถ้าเป็นแบบ slash ที่ LTN ที่ไม่มีการ moderate กันจริงจัง ก็คงไม่มีประโยชน์อะไร -- เทพ 61.7.141.166 11:14, 22 ธ.ค. 2005 (UTC)

-- เทพ 10:29, 2005-12-19

Related links Edit

from irc Edit

2005-12-20

[10:44] <ParisHilton> ใน phpbb2 มี captcha เอามาใช้ทุกครั้งที่ post ใหม่ไม่ได้เหรอ
[10:46] <ans-ffox-ubuntu> น่า จะ ได้
[10:46] <ans-ffox-ubuntu> คง ต้อง แก้ code
[10:47] <ans-ffox-ubuntu> งี้ ก็ เอา code มา แปะ ใน mhonarc ด้วย ดิ.
[11:20] <ans-ffox-ubuntu> (ช่วงนั้น ฉัน กำลัง ค้นหา วิธี เช่น captcha ไป โพสต์ เสนอ, แต่ ไม่ทัน, board โดน ปิด ไป ซะ ก่อน.  ช้า ไป ไม่กี่ ชม. เอง มั้ง, เพราะ ไม่ กี่ ชม. ก่อน หน้า นั้น ยัง เห็น เปิด อยู่, กด reload ที เดียว กลาย เป็น ปิด ไป แล้ว)
<--cut-->
...
<--cut-->
[11:27] <ans-ffox-ubuntu> ParisHilton: <-- เคย บอก ว่า จะ ไม่ เข้า ไป โพสต์ อีก ไม่ใช่ เหรอ, แล้ว ตอน หลัง มา โวย โพสต์ ไม่ได้ :D (/me ขี้สงสัย หนะ)
[11:28] <ParisHilton> ans :D
[11:29] <ParisHilton> จำได้นะ แต่ว่าจำเป็น
[11:29] <ParisHilton> เหมือนพระปฏิญาณศีลว่าจะไม่โดนตัวผู้หญิง แต่พอผู้หญิงตกน้ำก็ต้องช่วย
[11:30] * ParisHilton น้ำขุ่นแค่ไหน เขาก็ไปได้เสมอ
[11:31] <ans-ffox-ubuntu> เอา ข้อความ นี้ ไป โพสต์ นะ.
[11:31] <ParisHilton> ลอล
[11:32] <ans-ffox-ubuntu> จริง ๆ.
[11:32] <ParisHilton> ตามสบาย

หมายเหตุ: ดู captcha

Glossary Edit

  • ถีนะ: เหงาๆ, เศร้าๆ, เฉื่อยชา

Ad blocker interference detected!


Wikia is a free-to-use site that makes money from advertising. We have a modified experience for viewers using ad blockers

Wikia is not accessible if you’ve made further modifications. Remove the custom ad blocker rule(s) and the page will load as expected.

Also on FANDOM

Random Wiki